วิธีการ Configure Cisco Telepresence SX20 แบบ Standalone (ไม่มี MCU)

ผมมีคำถามเกริ่นนำนะครับว่า พวกเราหลายคนที่เป็นวิศกรติดตั้งงาน หรือทีม Presale ที่อยู่ในตลาด Collaboration และขายอุปกรณ์ Telepresence Endpoint เคยเจอความต้องขององค์กรแบบนี้บ้างหรือเปล่าครับ??

  • ต้องการใช้งาน Video Conference หรือ Telepresense ที่จะ Call กันเองแบบ Point to Point
  • อยากประหยัดงบประมาณโดยไม่ต้องการซื้อ MCU หรือ Call Control เพื่อให้ Endpoint มา Register และ Call เข้ามาที่ MCU
  • โทรผ่าน Public IP ของ HQ และ สาขาต่าง ๆ หรือ โทรข้ามหน่วยงานโดยใช้ IP ในการ Call ข้ามกันเอง
  • ต้องการให้ IP ของ Telepresence เป็น Private IP แล้วทำการ NAT ออกไปเป็น Public IP

บางคนจะเจอคำถามเหล่านี้ ซึ่งส่วนใหญ่หลัก ๆ เรามักจะ assign ตัว Endpoint เป็น Private IP ก่อน แล้วทำการ NAT ออกไป ผมเจอปัญหาแบบนี้หลาย ๆ ครั้ง ที่มี Partner โทรเข้ามาปรึกษาว่า Call กันไม่ได้บ้าง, Call ได้ไม่เห็นภาพบ้าง, มีปัญหาเรื่อง NAT บ้าง เป็นต้น

บทความนี้ผมจึงเขียนขึ้นมาเพื่อให้ทาง Partner และ ลูกค้าสามารถนำไป Configure ในหน่วยงานของเราเองได้ และสามารถใช้อุปกรณ์ที่มี Security ครอบ และควบคุมได้อย่างดีด้วย (อุปกรณ์อยู่หลัง Firewall) โดยที่ผมจะเน้นไปที่ Cisco SX20 ที่ตัวที่ขายดิบขายดี เทน้ำเทท่า มาตลอดของ Cisco เรียกได้ว่าถ้าคิดถึงตัว Video Conference ก็คิดถึงอุปกรณ์ตัวนี้มาก่อนเลย เอาหละ… ไปดูกันเลยนะครับ


1.เราจะ assign private IP ให้กับตัว Telepresence ซึ่งเป็นท่าปกติที่เราทำกัน โดยผ่านทาง Remote Control ของ SX20 ที่ให้มาในกล่องนะครับ
2.โดยปกติหากวัตถุประสงค์เราต้องการ Deploy เป็นแบบ Standalone ตามความต้องการของลูกค้า ควรจะใช้ H.323 ในการ Call ข้ามกัน โดยที่เราไปทำการ Configure ที่เมนู Setup>Configuration>Conference>DefaultCall ปรับเป็น H323 ซึ่งจะทำเวลาเรา Call ออกไป SX20 จะคุยเป็น H.323 ระหว่างกันโดยอัตโนมัติ จะไม่ไปคุยด้วย Protocol ตัวอื่น เช่น SIP เป็นต้น


หลังจากนั้นไปที่เมนู Setup>Configuration>H323 เพื่อทำการใส่ค่าต่าง ๆ ของการ Call ผ่าน H.323 โดยใส่ค่าดังต่อไปนี้
CallSetup Mode : Direct
PortAllocation : Static
NAT Menu
Address : Public IP (IP จริง) ของฝั่งตัวเราเองที่จะ NAT ออกไป
Mode : auto 

3.ให้ไปที่ Firewall หรือตัว Router ของเรา (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ใน Site งานของเรานะครับ) แล้วทำการ Forward Port ไป หรือจะ Static NAT เป็น 1:1 ก็ได้ครับ หากเรามี Public IP เหลืออยู่ พอร์ตต่าง ๆ ตามด้านล่างนี้ได้เลยครับ

Q.931 call Setup : Port 1720 (TCP)
H.245(Static) : Port Range 5555-6555 (TCP)
Video : Port Range 2326-2485 (UDP)
Audio : Port Range 2326-2485 (UDP)
Data/FECC : Port Range 2326-2485 (UDP)

4.ทำทุก Site ในลักษณะเดียวกันนะครับ เวลา Call ข้ามกันเราก็สามารถใช้ Remote Control ในการเรียกเป็น IP ข้ามกันได้เลยครับ ตัว Telepresence ของเราก็สามารถ Connected ถึงกันได้ครับ ด้านล่างนี้เป็นภาพ Status ของการ Call ถึงกันบน SX20 ครับ

อย่างไรก็ตามนะครับ หากเป็นไปได้ควรจะมี MCU เพิ่มเติมในอนาคตเพื่อสามารถรวมสัญญาณ Voice และ Video ในหลาย ๆ สาขาเข้าด้วยกัน รวมไปถึงตัว Call Control เพื่อสามารถ Assign เป็นเบอร์โทรภายในข้ามกันได้ก็จะสะดวกมากขึ้นครับ หากเป็นยี่ห้ออื่น ๆ เช่น Polycom, Vidyo ผมเข้าใจว่าก็น่าจะทำในลักษณะเดียวกันเหมือนกันครับ ไว้มีโอกาสผมลองหามาเล่น และเขียนบทความให้อีกครั้งนะครับ และขอบคุณที่ติดตามอ่านบทความมาด้วยดีตลอด หากบทความีประโยชน์ ฝากกด share facebook ตามปุ่มที่อยู่ด้านล่างหน่อยนะครับ 🙂