Mobility

Mobility คืออะไร

การติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายไร้สายในปัจจุบันเรียกได้ว่าเป็นมาตรฐานของบริษัท หรือองค์กรทั่วไปไปเสียแล้ว คนทั่วไปหันมาใช้ Laptop, Smart phone, Tablet กันมากกว่าการที่อยู่หน้าเครื่อง PC ธรรมดาทั่วๆ ไป แถมบางคนพกอุปกรณ์ไร้สาย 2-3 เครื่อง ด้วยเหตุนี้เองการติดต่อสื่อสารภายในองค์กรของเราจึงจำเป็นต้องใช้การเชื่อมต่อ Wireless ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการโอนถ่ายไฟล์ที่มีขนาดใหญ่ และจำนวนมากๆ ได้อย่างรวดเร็ว มีการ Forecast เรื่องของจำนวน Mobile Devices ในปี 2019 ในโลกนี้จะมีถึง 11.5 พันล้านเครื่อง และคนจะหันมาใช้ Wireless เพื่อจะติดต่อไปสู่ Cloud มากยิ่งขึ้น ทั้ง Private Cloud ที่มี Link เชื่อมต่อในองค์กรของตนเอง และ Public Cloud ข้างนอกองค์กรด้วย

mobility

มาตรฐานการเชื่อมต่อ Wireless ณ ปัจจุบัน มีการพัฒนาไปเร็วมาก สามารถรองรับความเร็วได้ถึง 1.3 Gbps ที่ 802.11ac Wave 1 และ 1.73 – 3.5 Gbps ที่ 802.11ac Wave 2 ซึ่งอุปกรณ์ที่รองรับ 802.11ac Wave 2 ในส่วนของ Enterprise Product เช่น Cisco, Meraki, Aruba, Ruckus ก็มีออกวางจำหน่ายในตลาดเรียบร้อยเมื่อต้นปี 2016 นี่เอง จึงทำให้ความเร็วที่ได้จากการที่เครื่อง Client เกาะมาที่ Access Point มีความเร็วมากกว่าสาย LAN ทั่วไปเสียแล้ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ Client ที่มาเกาะด้วยว่าเป็นเสาที่สามารถรองรับได้ขนาดไหน chipset รองรับกี่ Spatial Stream

เมื่อ Wireless มี Speed หรือ ความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่มากขึ้น และมากกว่าระบบสายแบบเดิมๆ (10/100/1000 BaseT ที่วิ่งบนสาย Cat5e, Cat6) มาตรฐานใหม่จึงได้ออกมาแทนที่โดยที่ Cisco เป็นผู้นำในการนำ Switch ที่เป็นแบบ Multi Gigabit Switch (mGig Switch) ออกมาจำหน่าย และได้พัฒนาจนเป็นมาตรฐานกลางในปัจจุบันแล้วคือ  NBASE-T (http://www.nbaset.org/) ที่เป็น Multigigabit Ethernet ซึ่งจะทำให้สายแลน Cat5e ความเร็ว 1Gbps สามารถรับส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็วที่ 1/2.5/5Gbps ได้เลย ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสาย UTP เดิมเป็น Cat 6a มาลากใหม่ หากองค์กรเราเป็นสาย Cat5e, Cat6 อยู่แล้วก็สามารถใช้งานได้เลย ด้านล่างเป็น YouTube แนะนำให้ความเข้าใจในเรื่องนี้แก่เรามากขึ้น

ดังนั้นประสิทธิภาพของ Wireless จึงไม่คอขวดอีกต่อไป เพราะ Wire ที่เข้ามาเชื่อมต่อสามารถวิ่งความที่ 1/2.5/5 Gbps ได้ขึ้นกับระยะทางและคุณภาพของสาย UTP ที่เชื่อมต่ออยู่กับ Switch และ Access Point นั่นเอง อย่างไรก็ตาม Access Point รุ่นที่เข้ามาต่อกับ mGig Switch จะต้องรองรับมาตรฐาน NBASE-T ด้วยเช่นเดียวกัน

สิ่งที่ Enterprise Access Point แตกต่างจาก Access Point ธรรมดาก็คือ เรื่อง Performance ในการทำงานทั้ง 2.4 GHz และ 5 GHz ซึ่งเป็น Dual Band อีกทั้งเรื่องของการมี Wireless LAN Controller ในการควบคุมตัว Access Point ที่ต่างๆ ได้

เอเบิ้ลเน็ตมีทีมงานวิศวกรพร้อมในการ Consult, Design, Implement, Maintenance ระบบ Mobility หรือ Wireless LAN ที่เป็น Enterprise Grade เช่น Cisco, Meraki, Aruba และ Ruckus เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้อย่างปกติเรามีการ support แบบ 8x5xonsite ให้ทางพาร์ตเนอร์ และทางลูกค้าใช้เราได้